วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้อควรระวังระหว่างการรอเรือจอดเทียบท่า

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารทุกท่านที่กำลังรอเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา

การยืนรอเืรือจอด

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่โดยสารด้วยเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ควรปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยจ้า

1. ห้ามยืนบนโป๊ะเลยแถบเส้นเหลือง(เหมือนรอรถไฟฟ้าเลยง่ะ ) ที่มาที่ไปของข้อห้ามข้อนี้ก็คือ เมื่อเรือกำลังจะจอดเทียบท่า เด็กท้ายเรือหรือพนักงานประจำเรือหรือช่างเครื่อง ต้องทำการคล้องเชือกซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่แถบสีเหลือง อาจเกิดอันตรายได้หากเราไปยืนเกะกะ หรือขวางการคล้องเชือก เพราะการจอดเรือจะใช้ระยะเวลาและไม่ง่ายเหมือนการจอดรถยนต์
ไม่ควรยืนเกินล้ำแถบเส้นสีเหลืองของโป๊ะเรือ
ระหว่างรอเรือจอดเทียบท่า ไม่ยืนเกินล้ำเส้นสีเหลือง

2. ห้ามยืนบนโป๊ะ เกินจำนวนที่เค้าเขียนบอกไว้ หากเกินน้ำหนักที่โป๊ะจะรับน้ำหนักได้ อันตรายอาจทำให้โป๊ะล่มได้ หากมีคนรอบนโป๊ะมากเกินไป ควรรออยู่บนท่าเรือจะดีกว่า ไม่ต้องรีบก็ได้จ้า

3. ระหว่างการรอเรือบนโป๊ะ ควรหาที่จับยึดให้แข็งแรง สำหรับข้อนี้อาจมีคลื่นจากเรือลำอื่นที่แล่นไป-มา หรือคลื่นจากเรือลำที่กำลังจะจอดเทียบท่า อาจทำให้โป๊ะเรือโยกหรือโคลงได้ หากเผลอหรือไม่อยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมอาจทำให้พลัดหล่นจากโป๊ะได้

4. ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา อย่าเผลอ อย่าง่วงวูบหลับไปล่ะ เหตุผลคล้ายกับข้อ 3 อาจทำให้ร่วงหล่นจากโป๊ะได้

5. หากมีเด็กหรือคนชรา อย่าปล่อยให้ยืนตามลำพัง เด็กๆหรือคนชราควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง เพื่อความปลอดภัย

6. อย่ายืนตรงบริเวณรอยต่อของทางขึ้นลง หรือรอยต่อที่ขยับเลื่อนไปมาได้ อันตรายอาจ หนีบหรือทับเท้าได้ เมื่อมีคลื่นกระทบกับโป๊ะเรือ ส่วนรอยต่อต่างๆจะขยับไป-มา หากเราเอาเท้าหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายอยู่บริเวณนั้นอาจทำให้ถูกหนีบเป็นอันตรายได้

7. เก็บสิ่งของที่คาดว่าจะร่วงตกง่ายให้เรียบร้อย สิ่งของต่างๆหรือของมีค่าควรทำการเก็บให้ซะเรียบร้อย ไม่ร่วงหล่นลงน้ำได้ง่าย เพราะหากร่วงลงไปในน้ำคงจมและเอากลับคืนมาได้ยาก

8. หากเรือยังไม่มาไม่ควรไปยืนรอบนโป๊ะเรือ เนื่องจากที่โป๊ะเรือจะโยกเยกตลอดเวลา อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้

รอเรือที่บนท่าเรือเทเวศน์
หากเรือยังไม่มา ไม่ควรยื่นรอเรือบนโป๊ะ

9.หากลงเรือไม่ทันจริงๆ ไม่ควรวิ่ง หรือกระโดดเข้าเรือนะจ๊ีะ อันนี้หากพลาดขึ้นมาอาจลื่นล้มหรือตกน้ำได้นะจ๊ะ รอลำใหม่ดีกว่าจ้า หรือออกก่อนเวลา(เผื่อเวลาไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินบ้าง)

        ปรกติแล้วสำหรับโป๊ะเรือขนาดกลางขึ้นไปจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ายืนอยู่ประจำโป๊ะเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลง รวมถึงระหว่างรอเรือและตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยจากผู้ที่จะโดยสารด้วยเรือ หากใครที่ไม่แน่ใจเรื่องใดสามารถเข้าไปสอบถามได้นะจ๊ะ ไม่ต้องกลัว หรือเขินล่ะ เดี๋ยวจะนั่งเรือผิดแล้วจะแย่นะจ๊ะ พี่ๆเค้าใจดีกันทุกๆคนนะจ๊ะ ให้คำปรึกษาได้ฟรีจ้า ไม่คิดตังค์ นอกเหนือจากคนไทยแล้วพี่ๆเค้ายังสามารถตอบข้อสงสัยจากชาวต่างชาติได้ด้วยนะจ๊ะ แหม เดี๋ยวนี้พี่ๆเค้าเก่งภาษากันทุกๆคนเลยจ้า จะได้รณรงค์การท่องเที่ยวไปในตัว ฝรั่งจะได้มั่นใจกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศเราใหม่ในโอกาสต่อๆไป

         ตอนนี้ยังอยู่หน้าฝนอยู่เลย การใช้บริการกับเรือด่วนควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้นนะจ๊ะ และก็ช่วงนี้โรงเรียนหลายๆที่เริ่มปิดเทอมไปบ้างแล้ว ทำให้เรือต่างๆมีจำนวนผู้โดยสารน้อยลงไม่มากเหมือนตอนเปิดเทอม ไม่ต้องแปลกใจนะจ๊ะว่าทำไมเรือถึงได้โล่งจัง 

         อ้ออีกเรื่องหนึ่งมีผู้คนสงสัยว่าเรือธงเขียวมีบริการในวันเสาร์ อาทิตย์ไหม ?  คำตอบ ยังไม่มีวิ่งหรือแล่นในวันเสาร์ อาทิตย์หรอกจ้า วันเสาร์จะมีแค่เรือธงเหลืองช่วงเช้าๆถึงประมาณ 8 โมงเองจ้า ที่เหลือนอกจากนั้นจะมีเรือธงส้มให้บริการตลอดทั้งวันจ้า แต่ระยะเวลาการรอ อาจรอนานกว่าวันปรกตินิดหนึ่งจ้า ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา Chaophraya Express Boat

วันเสาร์ วันอาทิตย์ มีให้บริการเฉพาะเรือด่วนธงส้ม
บริการด้วยเรือด่วนธงส้มจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

ฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซ้อมย่อยครั้งที่ 2

ฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซ้อมย่อยครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555



         อย่าลืมนะจ๊ะ วันพรุ่งนี้(พฤหัสบดีที่ 27 กันยายน) มีพิธีซ้อมย่อยครั้งที่ 2 ท่านที่เดินทางกับเรือด่วน ก็อย่าลืมเลี่ยงเดินทางกับทางน้ำ ตั้งแต่ 11.00 - จนถึงช่วงเย็น (ลองเข้าดูที่บทความ ประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว ในพิธีฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค) น่าจะยึดหลักปฏิบัติเดียวกันกับวันที่ 21 ที่ผ่านมา

         ขอให้วางแผนการเดินทางกันให้ดีๆนะจ๊ะ ด้วยความปรารถนาดีจาก เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา

หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะมาแจ้งข้อมูลให้ทราบนะจ๊ะ


อัพเดทล่าสุด เย็นวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555

         จะมีเรือเที่ยวเสริมพิเศษ ช่วงเวลา 18.40 น. จะมีเรือธงเหลือง จุดหมายปลายทางจังหวัดนนท์ กรณีนี้ ก่อนหน้านี้หากใครยังติดภาระกิจใดๆ ก็ยังสามารถใช้บริการเรือเที่ยวนี้ได้นะจ๊ะ แต่ผู้โดยสารค่อนข้างเยอะหน่อย เพราะต่างคนต่างก็รอเรือกลับบ้านกันทั้งนั้นจ้า...วันนี้ผู้เขียนได้ลองมานั่งเรือดู ปรกติแล้วผู้เขียนเองจะใช้บริการรถเมลสาย 203 กลับบ้านแทนเรือในวันที่มีพิธีซ้อม แต่วันนี้พอดีติดงานอยู่พักนึง ก็เลยลองใช้บริการเรือเสริมดูจ้า ก็มารอที่ท่าเรือปิ่นเกล้าประมาณ 6 โมงเย็น(18.00 น.) ใช้เวลาในการรอเรือประมาณ 40 นาทีเห็นจะได้ ผู้โดยสารที่มารอเรือเหมือนกับตัวผู้เขียนเองก็ยังอยู่เนืองแน่นพอสมควรอีกทั้งช่วงเย็นวันนี้ฝนตกหนักมากซะด้วย เล่นเอาซะเปียกไปเลย นี่ขนาดมีร่มแล้วอ่ะนะ ก็ยัง....ใจนึงยังคิดว่าจะตกนานไหมหนอ ขอให้อย่าตกเยอะเลยเดี๋ยวน้ำจะท่วม เล่นตกซะเืกือบชั่วโมง ดีนะน้ำไม่ท่วมแถวๆนั้น รอดไปอีกวันนึง... วันนี้กว่าจะกลับถึงบ้านได้ก็เกือบๆ  2 ทุ่มแล้วแหละ เนื่องจากไม่ได้นั่งเรือประจำทาง ต้องไปขึ้นเรือที่ท่าน้ำนนท์ และต้องต่อรถสองแถวเข้าบ้านอีกต่อนึง ก็เลยน๊ะ...

         แต่ก็ยังถือว่า ยังมีเรือเสริมเรื่อยๆนะ ยังพอโอเคอยู่ อันนี้ต้องคอยติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของ บ. เรือด่วนฯ กันอยู่เสมอนะจ๊ะ จะได้ไม่พลาดโอกาสกันไงจ๊ะ ก็ครั้งต่อไปซ้อมย่อยครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2555(อาทิตย์หน้า) ก็ต้องติดตามข่าวสารกัน ว่าทางเรือด่วนฯจะประกาศออกมาว่ายังไงบ้าง จะมีเรือเสริมที่ไหนบ้าง เวลาเท่าไหร่ แล้วผู้เขียนเองจะมาอัพข้อมูลให้นะจ๊ะ คืนนี้ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ ฝันดีกันทุกๆคน ถึงฝนจะตกหนัก ก็ไม่เป็นไร ขออย่าได้ท่วมก็พอ ว่ามั้ย...จ๊ะ

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ช่วงนี้น้ำขึ้น ให้เดินทางก่อนเวลา 10-15 นาที

ช่วงนี้น้ำขึ้น ให้ผู้ที่โดยสารเรือด่วนออกเดินทางก่อนเวลานิดนึง


        ช่วงนี้ฝนตกบ่อยและบางวันตกหนักซะด้วยสิ ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงเรื่อย ท่านผู้ที่โดยสารด้วยเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา เวลาจะออกไปทำงานควรออกก่อนเวลาปรกติสัก 10-15 นาทีนะจ๊ะ เพราะว่าน้ำหนุนขึ้นสูง ทำให้ทางบริษัทเรือด่วนฯ กำหนดให้บางช่วงบางจุด ให้ขับขี่เรือด้วยความระมัดระวัง และให้ขับช้าๆในช่วงบริเวณจุดเสี่ยง เช่น ใกล้เขตชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ไม่ต้องแปลกหรือสงสัยนะจ๊ะ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หากแล่นเรือไวเกินไปจะทำให้คลื่นไปกระทบกับบ้านที่อาศัยริมสองฝั่งแม่น้ำ พังและเสียหายได้ จึงมีผลทำให้ใช้เวลาในการเดินทางเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าหน่อยนะจ๊ะ

ประกาศจากเรือด่วน น้ำขึ้นสูงให้ลดความเร็วเรือลงก่อนจอดเทียบท่า และให้เดินเรือกลางแม่น้ำ
ประกาศเรือด่วน ให้ลดความเร็วเรือลงก่อนจอดเทียบท่า

        สำหรับการขึ้นหรือลงเรือให้ใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนตกทำให้พื้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นของท่าเรือ สะพานข้ามไปยังโป๊ะ พื้นของเรือ เปียกแฉะ อาจทำให้หกล้มหรือลื่นได้ ก่อนการเดินขึ้น-ลงเรือต้องให้มั่นใจเสียก่อนแล้วค่อยก้าวเท้าออก ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ควรวิ่งเป็นอย่างยิ่ง หากไม่มาทันเรือจริงๆ รอลำต่อไปก็ได้จ้า จะได้ปลอดภัย เพราะไม่คุ้มเลยหาก ลื่นหรือพลัดตกน้ำไป คงไม่ดีแน่นอน ขอบอกว่าอันตรายนะจ๊ะ ที่ใต้น้ำ ไหลเชี่ยวแรงมาก

        มีร่มสักอันก็น่าจะดี เพราะระหว่างยืนรอเรือ หรือ ยืนรอให้ผู้โดยสารที่อยู่ภายในเรือก้าวออกมาจากเรือ(ขึ้นเรือ) นั้นคงเปียกฝนแน่ๆถ้าไม่มีร่ม ควรยืนกางร่มไปก่อน จนกว่าจะได้ลงเรือค่อยเก็บร่มนะจ๊ะ และก็ไม่ควรถือของพะรุงพะรังมาก เดี๋ยวจะวุ่นวายและเกะกะทั้งเราและผู้โดยสารท่านอื่นเค้าจ้า เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือแล้วก็ให้เดินเข้าไปข้างในหรือยืนหลบๆก่อนนะจ๊ะ ไม่ควรไปยืนเกะกะคนอื่นเค้านะจ๊ะ เพื่อคนที่เข้ามาหลังจากเรา จะได้เข้ามาได้อย่างปลอดภัย (ดูแลตัวเองและคนรอบข้างด้วยจ้า รักกันๆคนไทยด้วยกัน) โดยเฉพาะเวลามีผู้โดยสารเยอะๆ ทำให้การเดินเข้า-ออกเรือค่อยข้างลำบาก 

        หรือไม่ก็ใช้เสื้อกันฝนก็เข้าท่าดีนะเนี่ย เอาแบบกระชับเข้ารูปนิดนึง จะได้ไม่ถูกลมพัดสะบัดน้ำไปถูกคนข้างๆจ้า และก่อนจะออกจากเรือก็เตรียมพร้อมสำหรับที่จะกางร่ม เมื่อเรือจอดเทียบท่าสนิทดีแล้วค่อยก้าวออกจากเรือ จากนั้นจึงค่อยกางร่มนะจ๊ะ ปลอดภัยและก็ไม่เปียกด้วย

        ระหว่างนั่งเรือที่กำลังแล่นฝ่าฝนที่กำลังตกนั้น อาจมีละอองน้ำจากฝนกระเด็นถูกบ้าง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ริมๆทั้งสองข้างของเรือ นี่ข้อแนะนำเลยนะจ๊ะี ควรอยู่บริเวณกลางๆเรือนะจ๊ะ กลางทั้งความยาว กลางทั้งความกว้าง ค่อนๆท้ายนิดนึง ตำแหน่งกำลังดี ไม่ถูกน้ำฝนกระเด็นแน่นอนจ้า สำหรับผู้ที่อยู่ด้านข้างหรือริม ก็ให้ปลดผ้ายางกันสาด(เกี่ยวกับตะขอเอาไว้)ลงมานะจ๊ะ ป้องกันน้ำฝนและน้ำที่กระเด็นจากภายนอกได้เป็นอย่างดีจ้า

        ช่วงนี้ต้องติดตามข่าวสารและใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือด้วยนะจ๊ะ... ไม่แน่ ดีไม่ดี หากน้ำยังขึ้นสูงเรื่อยๆ ทางเรือด่วนอาจต้องลดจำนวนเที่ยวเรือและหยุดวิ่งไปในที่สุด(เหมือนปีที่แล้ว 54 ไงจ๊ะ) คงต้องหันมาใช้บริการรถเมลแล้วแหละ แบบนั้นคงแย่เลยต้องไปเจอกับรถติด เหมือนเคย....

ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นสูง ขุ่นด้วย
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นสูง

        ขอขอบคุณผู้ที่โดยสารเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาทุกท่านที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เขียนเรื่องราวหลายๆอย่างมา ณ ที่นี้

        อัพเดท 26/9/55 เพิ่มเติมจ้า ช่วงนี้(2-3 วันที่ผ่านมา)น้ำลงแล้วนะจ๊ะ น้ำลดลงไปเยอะเหมือนกัน หากฝนไม่ตกหนักจริงๆ คงจะไม่กลับมาขึ้นอีกรอบเป็นแน่ น่าจะสบายใจกันได้ไม่มากก็น้อย ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเราคนไทยและคนที่พักอาศัยใกล้ริมแม่น้ำ ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร แล้วจะมาอัพข้อมูลให้เรื่อยๆนะจ๊ะ


วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

ฝนตกหนัก แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเยอะจัง

ไฉนนั่งเรือผิดธงเนี่ย?


        ช่วงหน้าฝน ฝนนี่ก็ตกแทบทุกวัน และชอบจัง...น๊ะ ตกมาได้ในเวลาใกล้ๆเลิกงาน วันนี้ก้อเป็นอีกหนึ่งวันที่ฝนตกตอนเลิกงานพอดี ผู้เขียนเองรีบคว้าร่มในกระเป๋า รีบรุดไปที่ท่าเรือปิ่นเกล้าอย่างไว อันนี้ต้องรีบหน่อยเดี๋ยวไม่ทันเรือประจำทาง ร่มอันน้อยๆแถมใกล้จะพัง เล่นเอาซะเปียกฝนไปเลยอ่ะ แต่ก็พอทนไม่มากพอ พอถึงท่าเรือ โชคดีอะไรจะปานนี้ เรือแล่นมาพอดี เข้ามาจอดเทียบท่า ผู้เขียนก็เลยรีบไปลงเรือ พร้อมกับไม่ลืมที่จะเตรียมตังค์สำหรับจ่ายให้กระเป๋าเรือ 12 บาท(พอดี)ถือไว้ในมือ.....แล้วเรือก็แล่นออกไปจากท่าเรือปิ่นฯ อย่างสบายใจ แต่เอ๋??? ไง๋แล่นผ่านท่าเรือพระอาทิตย์ล่ะ แย่แล้ว.....นี่เรามาอยู่ในเรือธงอะไรเนี่ย??? ตอนนี้มีอยู่ในใจ 2 ธง ไม่เขียวก็เหลืองแหละน่า พี่กระเป๋าเรืออยู่ไหนเนี่ย นี่ถ้าจ่ายตังค์ค่าโดยสารเรือ 12 บาทที่อยู่ในมือไปล่ะก็ คงจะหน้าแตก จนหมอไม่รับเย็บเป็นแน่เลย คิคิ เพราะมั่นใจมาก...ว่าเป็นเรือประจำทาง ...พลาดจนได้....

เรือด่วนพิเศษธงเขียว กำลังแล่นท่ามกลางสายน้ำปริมาณเยอะ
เรือด่วนพิเศษธงเขียว แล่นท่ามกลางสายน้ำเยอะและขุ่น

        จากนั้นท่าพระราม 8 ก็ไม่จอด มาลุ้นต่ออีกจะจอดท่าเรือเทเวศน์ไหมเนี่ย โอเคเข้าจอดเทียบท่า ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่านั่งเรือธงสีอะไรมา ฝนก็ตกหนักเรื่อยๆ แทบมองไม่เห็นริมฝั่งแม่น้ำ คิดในใจ อื่ม...ท่าต่อไปรู้แน่ เพราะท่าต่อไปนั่นคือ ท่าเรือซังฮี้ เพราะว่าหากเป็นเรือ ธงเขียวจะจอดที่ท่านี้ หากเป็นธงเหลืองจะไม่จอด และธงส้มนั้นตัดไปได้เลย เพราะธงส้มจะจอดที่ท่าพระอาทิตย์ (นี่ประสบการณ์ล้วนๆ...นั่งเรือผิดยังขี้คุยอีกแนะ ) ชัดเลย...แล่นผ่านสะพานซังฮี้ไปเฉยเลย นี่เราอยู่ในธงเหลืองหรือเนี่ย??? Oh แม่เจ้า !!! ต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีก 8 บาทให้ครบ 20 บาท(ปรกติหากเป็นเรือประจำทางจ่ายเพียงแค่ 12 บาทเอง ) โอเค ยังพอไหวไปขึ้นเรือที่สะพานพระราม 7 ดีกว่า ค่อยไปต่อเรือประจำทางที่นั่นแหละ ยังดีที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก

        ระหว่างรอเรือประจำทางที่พระราม 7 (ฝั่งการไฟฟ้าฯ ถนนจรัญฯ) ฝนเริ่มซาลงแล้ว ก็สังเกตุเห็นอะไรหลายๆอย่าง โห...ทำไมเหตุการณ์คล้ายๆ ปีที่แล้วจัง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเยอะมาก ห่างจากระดับน้ำที่ท่วมของปีที่ผ่านมาแค่ประมาณ เมตรเดียวเอง(ที่ท่าเรือสะพานพระราม 7 จะมีระดับน้ำที่ท่วมปี 2554 บอกไว้ด้วย) จากเดิมระยะห่างร่วมๆ 2.5-3 เมตร สงสัยจะเอาไม่อยู่อีกแล้ว และบางที่ก็เริ่มสูบน้ำลงแม่น้ำกันแล้ว คล้ายๆปี 54 เป๊ะเลย ผักตบชวาก็เยอะแยะเต็มไปหมด รวมถึงขยะด้วย 

ป้ายบอกระดับน้ำท่วมปี 2554 ที่ท่าเรือสะพานพระราม 7
ระดับน้ำท่วมปี 2554

        ตอนเช้าที่นั่งเรือมาจอดเทียบท่าพิบูลย์สงคราม 1 (ใกล้ๆโรงเรียนสตรี นนทบุรี) สะพานที่เชื่อมต่อระหว่างโป๊ะกับท่าเรือน้ำเริ่มท่วมสะพานบางช่วงแล้วแหละ ใครที่เดินข้ามไปมาต้องคอยถอดรองเท้ากันให้วุ่น ลุยน้ำข้ามสะพาน ตอนเย็นก็ยังเหมือนเดิม พอมาถึงที่วัดตึก อีกแล้วน้ำเร่มเจิ่งบริเวณสะพานเชื่อมต่อโป๊ะอีกแล้ว ใกล้เคียงปีที่แล้วจัง เพราะก่อนที่น้ำจะท่วมกรุงเทพครั้งใหญ่ ก็เริ่มจากเหตุการณ์แบบนี้แหละน๊า

ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เยอะมาก และขุ่นอีกต่างหาก
ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา

        ด้วยความสงสัยพอกลับมาถึงบ้านเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ก็แวะไปวัดตึกอีกรอบ โห... น้ำขึ้นเยอะกว่าเดิมซะอีก แถมยังซึมเข้ามาในวัดอีก สงสัยจะเข้ามาทางท่อระบายน้ำ นี่ถ้าเป็นปีที่แล้วนะ หากมีเหตุการณ์แบบนี้นับถอยหลังได้เลยไม่เกิน 1 เดือนท่วมแน่นอน

        บ่นมาซะยืดยาว....เอาน่าแค่บอกเล่าให้ระวังตัวกันเท่านั้นเองจ้า ไม่ต้องไปตกใจอะไรมากมายหรอก เตรียมๆตัวไว้บ้าง เผื่อฉุกเฉินก็พอจ้า ยังไงๆแล้วคนไทยทุกๆคนต้องปลอดภัยแน่นอน รวมทั้งผู้ที่โดยสารเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่มีน้ำท่วม อีกต่อไปจ้า

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

ประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว ในพิธีฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

พิธีฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กรมเจ้าท่าประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว


        เนื่องจากกองทัพเรือได้กำหนดให้มีการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตั้งแต่ท่าวัดสุกรี ถึงท่าเรือวัดอรุณฯ เวลา 12.00น - 18.30น. ดังนั้นกรมเจ้าท่า จึงให้หยุดเดินเรือทุกประเภทรวมถึงเรือด่วนด้วยตั้งแต่เวลา 11.00น. - 20.00น. วันเวลาดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

1. ซ้อมย่อยครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2555
2. ซ้อมย่อยครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555
3. ซ้อมย่อยครั้งที่ 3 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2555
4. ซ้อมย่อยครั้งที่ 4 ในวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2555
5. ซ้อมย่อยครั้งที่ 5 ในวันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2555
6. ซ้อมย่อยครั้งที่ 6 ในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2555
7. ซ้อมย่อยครั้งที่ 7 ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2555
8. ซ้อมย่อยครั้งที่ 8 ในวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2555
9. ซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2555
10. ซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ในวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2555
11. วันเสด็จฯจริง ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555


        ซึ่งพื้นที่ที่ควบคุม ทิศเหนือ ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีหรือสะพานซังฮี้ และทิศใต้ ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในคลองบางกอกน้อย ตั้งแต่สะพานอรุณอัมรินทร์ ถึงปากคลองบางกอกน้อย

 
        จึงให้ผู้ที่สัญจรทางเรือด่วน ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางในวันและเวลาดังกล่าว มา ณ ที่นี้ด้วย

        ทางเรือด่วนอาจมีบริการเรือด่วนตั้งแต่ท่าเรือสะพานกรุงธนเป็นต้นไป จนถึงท่าน้ำนนท์(ยังไงแล้วหากมีการอัพเดทเรื่องนี้ จะรีบมาบอกกันให้ทราบโดยด่วน) 

เอกสารอ้างอิง ประกาศกรมเจ้าท่า

กรมเจ้าท่า ประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว ในพิธีฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว ของกรมเจ้าท่า ในวันฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
        จากประกาศข้างต้นนี้ จะงดให้บริการเรือด่วนตามช่วงวันเวลาดังกล่าวที่มีการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จะมีวิ่งอีกครั้งในช่วงเย็นๆ

Update ใหม่ 21 ก.ย. 2555 ประกาศจากเรือด่วนเจ้าพระยา



        จากประกาศของเรือด่วนเจ้าพระยาฉบับนี้ จะบอกให้รู้ว่าเรือด่วนเจ้าพระยาไม่มีวิ่งในวันและเวลาดังกล่าว(ส่วนวันอื่นๆที่มีการฝึกซ้อมขบวนฯ การเดินเรือก็น่าจะใกล้เคียงกับประกาศฉบับนี้ ซึ่งคราวต่อไปก็จะเป็นวันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน 2555 นะจ๊ะ) ถือว่างดให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาชั่วคราว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ จะมีวิ่งเรือเฉพาะช่วงเช้าๆถึงแค่ 11.00น. ทั้งขาขึ้น(เหนือ)และขาล่อง(ใต้) หลังจากนั้นจะหยุดวิ่งเรือ จะมีวิ่งอีกทีก็ช่วงเย็นๆ ตั้งแต่ 18.30น. และจะบริการเป็นบางช่วง เช่นเรือประจำทางจะมีวิ่งช่วง สะพานกรุงธนฯ - นนทบุรี เพิ่มเติม หากใครที่จะใช้บริการเรือด่วน ก็สามารถไปใช้ที่ท่าสะพานกรุงธนฯได้นะจ๊ะ  ส่วนธงเหลืองจะมีจากท่าราชวงศ์-ราษฎร์บูรณะ เพิ่มนะจ๊ะ ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากตารางข้างบนและหากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ในประกาศของเรือด่วน 081-487-2917, 085-063-5701 และ 081-773-6057 นะจ๊ะ
        และก็ขอให้ผู้ที่จะเดินทางด้วยเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนการเดินทางให้ดี อาจนั่งรถเมล ไปต่อเรือตามจุดที่มีให้บริการ หรืออาจทางเส้นทางอื่นในการเดินทางนะจ๊ะ หรือใครที่อยากเห็นพิธีซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก็แล้วแต่สะดวกนะจ๊ะ อย่าลืมพกร่มมาด้วยล่ะ 

        เพิ่มเติมเรื่องรถเมลจ้า หากจะเดินทางจากปิ่นเกล้ามาจังหวัดนนทบุรี ก็จะมีสาย 203 วิ่งเส้นจรัญฯ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง สาย 30 และ 64 วิ่งใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า(ฝั่งพระนคร) ไปทางท่าพระอาทิตย์ บางลำพู ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทาง อาจมีรถติดบ้างนะจ๊ะ


วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ซื้อตั๋วเรือด่วนธงเหลือง แล้วจะนั่งธงส้มได้ไหมเนี่ย?

อันนี้ก็เป็นอีกแบบหนึ่งคนมักจะสงสัยกัน ว่าตั๋วธงเหลือง มันจะสามารถใช้กับเรือด่วนธงส้มได้ไหม?


         หลายๆคนอาจสงสัยในเรื่องของการซื้อตั๋วเรือด่วนแห่งแม่้ำเจ้าพระยา คล้ายๆกับบทความ
ทำไงดี ซื้อตั๋วเรือธงส้มไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจจะนั่งธงเหลือง?ที่ผ่านมา ก็ใช้หลักการคล้ายๆกันได้ เพียงแต่เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าตั๋วเรือเท่านั้นเอง 

รูปตัวอย่างตั๋วเรือธงเหลือง ราคา 20 บาท
ตั๋วเรือด่วนธงเหลือง ราคา 20 บาท

         กรณีที่เราได้ซื้อตั๋วเรือด่วนธงเหลืองเอาไว้แล้ว แต่รอแล้วเรือธงเหลืองแล้วไม่มาซะกะที ธงส้มกำลังแล่นใกล้เข้ามา บังเอิญเป็นคนที่ไม่ชอบการรอคอยอะไรที่นานๆ ไปกับธงส้มก็ได้ แต่...จะนั่งเรือธงส้มได้ไหมเนี่ย??? อันนี้ไม่ต้องรีรอเลยจ้า ถ้ารีบแล้ว ก็นั่งเรือธงส้มได้เลยจ้า เพียงแต่ว่าเราจะไม่ได้เงินคืน ส่วนต่าง 5 บาท ธงเหลืองจะแพงกว่าธงส้ม 5 บาท(อ้างอิงจากบทความประเภทของตั๋วเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา) ไม่ต้องไปโวยวายกับพนักงานเก็บตั๋วเรือนะจ๊ะ เพราะถือว่าเราตัดสินใจซื้อในราคาที่แพงไปแล้ว แต่เรามีสิทธิในการนั่งเรือด่วนธงสีอะไรก็ได้แบบฟรีๆไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม(ยกเว้นเรือด่วนธงแดงและธงเขียวที่จะไปปากเกร็ดนะจ๊ะ 2 ประเภทนี้ต้องเพิ่มเงินตามส่วนต่าง สำหรับเรือด่วนธงแดงจ่ายเพิ่มอีก 10 บาท(ครบ 30 บาทพอดี) ส่วนเรือด่วนธงเขียวจ่ายเพิ่มตามระยะทาง หากระยะทางเท่ากับธงเหลือง ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก แต่ถ้าระยะทางยิงยาวไปถึงอำเภอปากเกร็ดล่ะก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 12 บาท(ครบ 32 บาท)นะจ๊ะ)

         สรุปสั้นๆได้ว่า ตั๋วเรือธงเหลืองราคา 20 บาท นอกเหนือจากใช้บริการเรือธงเหลืองแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับเรือธงส้มและเรือประจำทางได้นะจ๊ะ โดยไม่ต้องจ่ายตังค์เพิ่ม หากจะใช้บริการเรือด่วนธงแดงและธงเขียว(ที่จะเดินทางไปปากเกร็ด)จะต้องจ่ายตังค์เพิ่มตามส่วนต่างนั่นเองจ้า

         คราวต่อไป expressboat เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีอะไรมาฝากให้อ่านกันอีก ลองติดตามดูนะจ๊ะ อย่าลืม...ไปลองดูว่าการนั่งเรือนั้น บรรยากาศจะดีขนาดไหน สบายใจจัง ไม่เครียดเหมือนรถติด ลองแล้วจะติดใจ.....
เดินทางไปกับเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ปลอดภัย บรรยากาศดี ไม่เครียด

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ทำไงดี ซื้อตั๋วเรือธงส้มไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจจะนั่งธงเหลือง?

มีตั๋วธงส้มแล้วจะนั่งธงเหลืองได้ไหม


หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ต้องตกใจจ้า ทุกปัญหามีทางแก้ไขเสมอๆจ้า 

ตั๋วเรือธงส้ม+เพิ่มเงินอีก 5 บาท จะได้ตั๋ว 2 ใบ สำหรับนั่งเรือธงเหลือง
ตั๋ว  2 ใบ ราคา 5 บาท + 15 บาท สำหรับนั่งธงเหลือง

        ถ้าเราเกิดเปลี่ยนใจกระทันหันหรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อยู่แล้ว จิ๊บๆ ไม่ต้องไปซื้อตั๋วใหม่ และไม่ต้องไปขอเปลี่ยนตั๋วจากคนขายให้วุ่นวายหรอกจ้า จริงๆผู้เขียนใช้เทคนิคซื้อตั๋วเรือธงส้มเอาไว้ก่อนเสมอๆ แต่ซื้อในราคา 12 บาทนะ (ยังจำเรื่องราวของเอไอเอส ลดค่าเรือด่วนได้ใช่ไหมจ๊ะ เพราะยังไงแล้วผู้เขียนก็นั่งเรือประจำทางเป็นประจำอยู่แล้ว เสียค่าตั๋วเรือประจำทางก็ 12 บาทอยู่ดี หากวันไหนเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวท่าน้ำนนท์ฯ เราก็สามารถนั่งเรือธงส้ม(ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม)หรือธงเหลืองได้แค่จากเพิ่มอีก 5 บาทในเรือ) เราไม่ต้องทำอะไรมากมายหรอกจ้า แค่เตรียมเงินเพิ่มอีก 5 บาท บวกกับตั๋วอันเดิมของเรา เท่านี้เองจ้า แถมเรายังได้ตั๋วเรือในราคา 5 บาทเพิ่มอีก 1 ใบ  (หลายคนคงไม่ค่อยได้เห็นตั๋วราคา 5 บาท จริงๆราคาตั๋วมีหลายๆราคานะจ๊ะ ไม่ใช่จะมีแค่ตั๋วราคาปรกติ อย่างที่เคยนั่งแค่เรือประจำทาง หรือธงส้ม หรือธงเหลือง หรือธงเขียว ยังมีตั๋วเรือราคาต่างๆอีกหลายราคานะจ๊ะ )

ตัวอย่าง รูปตั๋วเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ราคา 5 บาท
ซื้อตั๋วเรือธงส้มแต่นั่งเรือธงเหลือง เพิ่มค่าตั๋วเรือราคา 5 บาท

        จริงๆแล้วหากมีปัญหาเรื่องการนั่งเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ก็สามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าหรือพนักงานขายตั๋วก็ได้จ้า จะได้ไม่ต้องกังวลหรือทำอะไรแบบผิดๆถูกๆนะจ๊ะ อีกทั้งยังมีบล็อก expressboat.blogspot ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทางด้วยเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะจ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การนั่งเรือต่อเรือ

ใครอยากรู้ การนั่งเรือต่อเรือ ทำยังไง? เร่เข้ามาเลยจ้า


         วันนี้ Chaophraya Express Boat จะมาแนะนำท่านผู้อ่านทุกท่านที่เดินทางไปกับเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งประจำและไม่ประจำ ว่าการนั่งเรือต่อเรือนั้นเป็นอย่างไร

         จากบทความ เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา Chaophraya Express Boat ที่ผ่านมา เคยรับปากไว้ว่าจะมาเล่าเรื่องการนั่งเรือต่อเรือ(น๊านนานจนเกือบจะลืม) ที่บอกว่าการนั่งเรือต่อเรือนั้นหมายความว่า ถ้ากรณีที่เรามาไม่ทันเรือโดยสารประจำทางหรือเรือด่วนธงส้ม พูดง่ายว่าตกเรืองั้นเถอะน๊ะ(ไม่ใช่ตกน้ำนะจ๊ะ) เพิ่งไปก่อนหน้าเราแป๊บเดียว เห็นหลังไวๆ

         อันนี้พอมีทางแก้ไขเช่น หากเรามาไม่ทันเรือประจำทาง แต่บังเอิญมีเรือด่วนพิเศษธงส้มมาพอดี(ไล่หลังมาติดๆ) เราก็สามารถนั่งเรือธงส้มได้ แต่อย่าลืมใช้
สิทธิของเอไอเอสนะ เพราะเราจะได้จ่ายในราคา 12 บาท(จาก 15 บาท) อิอิ ประหยัดจ้า เก็บตั๋วไว้ให้ดีๆนะจ๊ะ เราก็นั่งเรือธงส้ม พอเรือธงส้มแล่นไปสักพักหนึ่ง ก็จะสามารถแซงเรือประจำทางได้ เพราะธงส้มจอดน้อยกว่า เราก็ขึ้นเรือ(ออกจากเรือ)ป้ายหน้า(ขึ้นท่าหน้า)ได้ พอเรือประจำทางแล่นมาถึงและจอดเทียบท่าเราก็สามารถนั่งเรือประจำทางต่อได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม(อันนี้แหละสำคัญ) ไม่ต้องเสียตังค์สักกะบาท แค่เอาตั๋วอันเดิมยื่นให้กระเป๋าเรือดูเท่านั้นเองจ้า นี่แหละเค้าเรียกว่านั่งเรือต่อเรือจ้า


หลักการนี้สามารถนำไปใช้ต่อได้ กับเรือธงอื่นๆ ในลักษณะทำนองเดียวกัน

         เหตุผลที่ทำแบบนี้ได้เนื่องจาก ท่าเรือบางท่าเรือ เรือแต่ละประเภทจอดไม่เหมือนกัน จะมีประโยชน์มากๆ หากเราต้องการไปยังท่าเรือเล็กๆ แต่โดยสารเรือด่วนธงส้มหรือธงเหลือง ซึ่งไม่จอดท่าเล็กนั่นเอง

         อย่าลืมเอาหลักการอันนี้ไปใช้ในการโดยสารเรือนะจ๊ะ ไม่ต้องจ่ายตังค์ใหม่ สบายกระเป๋า เก็บเงินเอาไว้ซื้อข้าวและขนมดีกว่านะจ๊ะ