แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรือด่วน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรือด่วน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เรื่องของเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา คำถามที่ถามบ่อย

คำถามที่ผู้คนมักจะค้นหาและถามกันบ่อยๆ


คำถามที่ 1 : ท่าเรือที่ใกล้ รพ.ยันฮี?

คำตอบ : ถ้านั่งเรือประจำทาง ก็จะมีท่าเรือวัดเทพากรแล้วค่อยต่อรถเมล์สาย 203(ต้องข้ามถนนจรัญฯไปอีกฝั่งนะจ๊ะ) หรือ ถ้าขึ้นเรือที่ท่าพระราม 7 ก็นั่งรถเมลสาย 110 ไปอีก(ขึ้นฝั่งเดียวกับท่าเรือ ไม่ต้องข้ามถนนนะจ๊ะ) ท่าพระราม 7 เรือที่จอดก็จะมีเรือประจำทาง, ธงส้ม,เขียว และ เหลือง




คำถามที่ 2 : ท่าเรือพิบูลสงคราม 3 อยู่ตรงไหน?

คำตอบ : ท่าพิบูลฯ 3 จริงๆแล้ว ก็คือ ท่าน้ำนนท์นี่เองนะจ๊ะ คนส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อท่าน้ำนนท์




คำถามที่ 3 : ท่าเรือสาทรไปท่าน้ำนนท์

คำตอบ : ถ้าจะเดินทางจากท่าสาทรไปท่าน้ำนนท์ฯ ก็สามารถลงเรือจากสาทร(ฝั่งเดียวกับรถไฟฟ้า) เรือธงสีอะไรก็ได้ จอดที่ท่าน้ำนนท์ทุกลำ จะสุดสายที่ท่าน้ำนนท์ ยกเว้นนั่งธงเขียว(จะแล่นไปต่ออีก ถึงปากเกร็ด) ถ้าต้องการความรวดเร็วก็นั่งธงเหลือง หรือเขียว แต่ถ้ากลางๆก็ธงส้ม แต่ถ้าไม่รีบ สบายๆ อยากชมวิว ริมน้ำสวยๆ ก็เรือประจำทาง




คำถามที่ 4 : ดูเส้นทางเรือด่วน หรือ แผนที่เรือด่วน

คำตอบ : อ่านบทความนี้นะจ๊ะ แผนที่ เส้นทางเดินเรือด่วนแห่งแม่้ำน้ำเจ้าพระยา






คำถามที่ 5 : เรือด่วนเจ้าพระยา ธงสีต่างๆ

คำตอบ : อ่านที่บทความนี้นะจ๊ะ และเดี๋ยวนี้มีธงแดงเพิ่มเข้ามา เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา Chaophraya Express Boat และ บริการเรือด่วนแบบใหม่ เรือด่วนพิเศษธงแดง ของเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา





คำถามที่ 6 : นั่งเรือจากสาทรไปศิริราช

คำตอบ : คล้ายๆกับคำถามที่ 3 "ท่าเรือสาทรไปท่าน้ำนนท์" และถ้าจะนั่งไปศิริราชนั้นสามารถนั่งได้ทุกธง เพราะทุกธงจอดที่ท่าเรือวังหลัง หรือศิริราช ไม่ต้องต่อรถ เดินนิดเดียวถึง รพ.ศิริราชเลยจ้า





คำถามที่ 7 : เวลาวิ่งของเรือด่วน

คำตอบ : อ่านที่บทความนี้นะจ๊ะ อยากรู้เรื่องเวลา ที่เรือประจำทางมาจอดเทียบท่า  เวลาวิ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจ้า(ของเรือประจำทาง) ส่วนธงแดงอ่านตามนี้จ้า บริการเรือด่วนแบบใหม่ เรือด่วนพิเศษธงแดง ของเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนธงอื่นๆ ลองอ่านลิ้งค์นี้ประกอบนะจ๊ะ เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา Chaophraya Express Boat





คำถามที่ 8 : เบอร์ของเรือด่วน

คำตอบ : จะติดอยู่ที่ข้างเรือทุกลำ รวมถึงติดอยู่ที่ห่วงยางชูชีพด้วย เพื่อป้องกันการสับสน และเพื่อให้จดจำเรือแต่ละลำได้





คำถามที่ 9 : ข้อเสียของเรือด่วน

คำตอบ : เท่าที่เจอปัญหาของเรือด่วน ก็จะมีเรื่องน้ำกระเด็น(ถ้ากรณีอยู่ขอบเรือ/ริม หรือช่วงฝนตก) และก็อาจมีเสียงดังไปนิดหนึ่ง หากอยู่ด้านท้ายๆเรือ ช่วงที่มีแดดแรงๆอาจต้องดูทิศทางของพระอาทิตย์กันหน่อยนะจ๊ะ จะได้ไม่ร้อนไงจ๊ะ...หากเรือเสียอาจต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อให้เรือลำอื่่นดันเข้าฝั่ง แล้วค่อยรอเรือลำต่อไป แต่ว่าไม่ต้องไปจ่ายตังค์เพิ่มหรอกน๊ะ แจ้งพนักงานเก็บตั๋วว่าเรือเสียก็พอจ๊ะ(ยื่นตั๋วเดิม)...
อาจมีโยกหรือโคลงเคลงบ้างกรณีที่เรือสวนกันหรือเจอคลื่นของเรือลำอื่นๆ(ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ หาที่จับแน่นๆก็พอจ้า เหมือนกับการโหนรถเมลแหละจ๊ะ)

แต่ข้อดีก็ยังเยอะอยู่น๊ะ เรือไม่ติดเหมือนรถ ควบคุมเวลาการเดินทางได้ค่อนข้างแม่นยำ อากาศเย็นสบาย นั่งชมบรรยากาศ ถ่ายภาพสวยๆของแม่น้ำ สะพาน สถานที่ต่างๆถือว่าโอนะจ๊ะ ที่สำคัญราคาของเรือถึงว่ากลางๆไม่แพง





คำถามที่ 10 : ท่าเรือบางโพ เปิดหรือยัง ?

คำตอบ : ปัจจุบันนี้ท่าเรือบางโพ ยังคงงดจอดเทียบท่าเรือชั่วคราว เนื่องจากอยู่ในระหว่างและกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เส้นทาง บางซื่อ ท่าพระ บางแค และหัวลำโพง ให้ใช้ท่าเรือที่ใกล้เคียงแทน ซึ่งก็คือท่าเรือเกียกกาย จะมีผลกับเรือประจำทาง,ธงส้ม(จอดที่ท่าวัดสร้อยทองแทนท่าบางโพ),ธงเหลือง และเขียวจ้า หรือบางคนอาจท่าเรือวัดสร้อยทองแทนแล้วค่อยไปต่อรถเมลอีกที






คำถามที่ 11 : ท่าเรือเขียวไข่กา

คำตอบ : เนื่องจากกรมเจ้าท่าได้ประกาศท่าเรือเขียวไข่กานี้(บริเวณโรงเรียนราชินีบน) ที่โป๊ะมีน้ำรั่ว ซึมเข้าไปในโป๊ะ รวมถึงราวจับต่างๆ ไม่พร้อมใช้งาน จึงเห็นว่าไม่ปลอดภัยในการใช้จอดเทียบเรือ ดังนั้นจึงงดจอดเทียบท่าชั่วคราว จนกว่าจะซ่อมเสร็จ เรือที่มีผลคือเรือประจำทาง(ช่วงนี้น้องๆ หนูๆ ที่เรียนโรงเรียนราชินีบน อาจเดินทางลำบากหน่อยนะจ๊ะ อาจต้องต่อรถเมลอีกต่อหนึ่ง) บางคนก็จะใช้ท่าเรือกรมชลประทานขึ้น-ลงแทน หรือบางคนก็ใช้ท่าเรือพายัพ อันนี้แล้วแต่สะดวกนะจ๊ะ แต่ท่ากรมชลฯจะใกล้กว่านะจ๊ะ

อัพเดทจ้า...ข่าวดีสำหรับน้องๆหนูๆโรงเรียนราชินีบน ตอนนี้ทางกรมเจ้าท่ากำลังมีการเปลี่ยนโป๊ะใหม่มาให้แล้วจ้า และกำลังดำเนินการเชื่อมโป๊ะเข้ากับเสาทั้งสองฝั่ง น่าจะใกล้เสร็จเร็วๆนี้นะจ๊ะ จะได้กลับมาใช้งาน จอดเรือเทียบท่าได้ตามปรกติจ้า....Coming soon.

ข่าวดีมาแล้วจ้า....ท่าเรือเขียวไข่กาเปิดให้บริการแล้วจ้า น้องๆหนูๆที่เรียนอยู่โรงเรียนราชินีบนสามารถใช้บริการได้เป็นปรกติแล้วจ้า......12/2/2556






คำถามที่ 12 : ท่าเรือวัดเขียนไปท่าวัดตึก

คำตอบ : คำถามนี้พอดีวันก่อนได้ยินน้องนักศึกษาได้สอบถามพี่ๆคนคล้องเชือกเรือ เลยอยากจะอธิบายเพิ่มเติมนะจ๊ะ หากเราไปลงเรือแล้วไปขึ้้้นเรือที่ท่าวัดเขียน(เฉพาะเรือธงส้มหรือเรือประจำทาง) แล้วจะเดินทางไปวัดตึกได้ยังไง ก็มีอยู่ 3 วิธีนะจ๊ะ วิธีแรกคือการเดินจ๊ะ เดินๆๆๆ แล้วก็เดิน ระยะทางประมาณ 1 กม. ก็ถือว่าได้เหงื่อเลยทีเดียว เดินออกไปยังถนนที่ผ่านวัดสังฆทาน เจอป้อมตำรวจแล้วก็เลี้ยวซ้ายเดินไปเรื่อยๆผ่านวัดศาลารี และก็จะถึงวัดตึก  วิธีที่สองคือเดินออกไปให้ถึงถนนในวิธีที่ 1 ระยะทางราวๆ 300 เมตร ข้ามสะพานไม้ เดินตรงไปถึงป้อมตำรวจ จากนั้นอยู่ฝั่งเดียวกับป้อมตำรวจ รอรถสองแถว  สาย3 ราคา 8 บาทจ้า ส่วนวิธีที่สามก็นั่งเรือแต่สามารถนั่งได้เฉพาะเรือประจำทางเท่านั้นนะจ๊ะ เพราะธงอื่นๆไม่จอดท่าวัดตึก ราคา 10 บาท แต่มีเฉพาะช่วงเช้าและเย็นๆเท่านั้นนะจ๊ะ ช่วงกลางวันไม่มีนะจ๊ะ





คำถามที่ 13 : ท่าเรือวัดเขมาย้าย?

คำตอบ : ท่าเรือวัดเขมาย้ายจากที่เดิม(ใช้เป็นโป๊ะสำหรับเรือข้ามฝากแทน) มาอยู่ตรงบริเวณวัดเขมา ขยับห่างจากเดิมประมาณ 50 เมตร(ทางตรง) ก็อย่าไปรอนั่งเรือผิดโป๊ะนะจ๊ะ เดี๋ยวจะไม่ทันเรือนะจ๊ะ  เพราะกว่าจะวิ่งมาที่โป๊ะใหม่ ค่อนข้างใช้เวลาสักหน่อย ต้องวิ่งลัดเข้า-ออกซอยหมู่บ้านชุมชนริมแม่น้ำ ส่วนเรือที่มีผลก็คือเรือประจำทางจ้า





คำถามที่ 14 : เรือด่วน ช่วงปีใหม่?

คำตอบ : ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 - วันที่ 1 มกราคม 2556 รวมระยะเวลา 2 วัน จะมีให้บริการเฉพาะเรือด่วนธงส้มเท่านั้นนะจ๊ะ ธงสีอื่นๆจะหยุดให้บริการ






คำถามที่ 15 : เดินทางไปกับเรือด่วน หรือทางไหนสะดวกกว่ากัน ?

คำตอบ : คำถามนี้ค่อนข้างตอบยากหน่อยนะจ๊ะ เพราะหากเปรียบเทียบการเดินทาง ระหว่างเรือ รถเมล หรือรถไฟฟ้า ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันคนละแบบ เช่นหากรถไม่ติด(ค่อนข้างหายากซะหน่อย เหตุการณ์แบบนี้)เดินทางก็ค่อนข้างรวดเร็วและน่าจะดีกว่าเรือ แต่สำหรับเรือแล้วหากค่อนข้างซีเรียสเรื่องเวลาแล้วเป็นเส้นทางที่เหมาะมากๆ โดยเฉพาะเวลาเข้างานตอนเช้าๆ เพราะเวลาจะค่อนข้างแน่นอน ผิดพลาดน้อย หากจะใช้บริการรถไฟฟ้าก็อาจเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าทางอื่น แต่ค่อนข้างรวดเร็วมาก ยกเว้นบางเส้นทางรถไฟฟ้ายังไม่มีให้บริการ ก็ต้องกลับมาใช้บริการทางเรือหรือรถเมลแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เราจะเดินทางไป เช่นหากเราอาศัยอยู่จังหวัดนนทบุรี จะเดินทางไปแถวๆสาทร ทางที่สะดวกและอยากแนะนำมากที่สุดคือทางเรือ เต็มที่ก็อาจใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงนิดๆ(เรือประจำทาง) หากใช้ธงส้มหรือเหลืองหรือเขียวหรือแดง เวลาเดินทางก็ลดลง ถึงค่อนข้างไวแน่นอน แต่ถ้าเรามีของพะรุงพะรังการขับรถไปเองหรือนั่งแทกซี่ก็เป็นอีกทางเลือกนะจ๊ะ

แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็แล้วแต่ เราควรศึกษาเส้นทางแต่ละทางเอาไว้ เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะได้มีเส้นทางหลบเลี่ยงไปได้ไงจ๊ะ อาจใช้หลายๆทางรวมๆกันได้หากจำเป็น อาจนั่งรถ ไปต่อเรือ หรืออาจนั่งรถไฟฟ้า ไปต่อเรือ และก็ต่อรถเมลอีกที ก็เป็นได้

เอาเป็นว่าการเดินทาง ทางไหนนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นเรื่องๆไปนะจ๊ะ ลองอ่านคำถามที่ 9 ประกอบด้วยนะจ๊ะ





คำถามที่ 16: ท่าเรือ ที่ใกล้โรงเรียนสตรีนนทบุรี

คำตอบ : ในการเดินทางไป รร.สตรีนนทบุรี นอกจากเดินทางด้วยรถเมล์แล้วยังสามารถนั่งเรือไปได้ด้วยนะจ๊ะ เรือที่ว่านั้นก็คือ เรือประจำทางเท่านั้นนะจ๊ะ จะมีให้บริการช่วงเช้า 3 เที่ยวและช่วงเย็น 2เที่ยวเท่านั้น สามารถขึ้นเรือ(หมายถึงออกจากเรือ)ที่ท่าวัดเขมา และก็เดินออกไปยังถนนหลัก(ถนนพิบูลสงคราม) ซึ่งก่อนนั้นจะผ่านผ่านโรงเรียนกลาโหม(ซ้ายมือ) วัดเขมา(ขวามือ) และโรงเรียนวัดเขมา(ซ้ายมือ) พอถึงถนนพิบูลฯแล้วเลี้ยวขวาไปนิดเดียวก็ถึงโรงเรียนสตรีนนท์ฯแล้วจ้า) ระยะทางรวมๆจากท่าเรือไปถึงโรงเรียนน่าจะประมาณไม่เกิน 300เมตร สะดวกมากๆจ้าเดินทางด้วยเรือ เพราะช่วงเช้ารถจะติดที่ถนนเส้นพิบูลฯมากๆจ้า(แบบว่าติดสนิทจริงๆ) ลองไปใช้บริการดูกันนะจ๊ะ สะดวกจริงๆจ้า





คำถามที่ 17: นั่งเรือด่วน จ่ายเงินยังไง

คำตอบ : ในการใช้บริการด้วยเรือด่วนนั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือวิธีแรกสามารถไปจ่ายเงินในเรือได้(จ่ายให้กับพนักงานเก็บตั๋ว ใส่เสื้อเชิ๊ตสีส้ม) และอีกวิธีหนึ่งสามารถซื้อตั๋วจากพนักงานขายตั๋วบนท่าเรือด่วนได้(มีเฉพาะท่าเรือที่ใหญ่ๆเท่านั้นนะจ๊ะ) อัตราค่าโดยสาร ธงแดง 30 บาทตลอดสาย ราคเดียว, ธงเหลือง 20 และ 29 บาท, ธงส้ม 15บาทตลอดสาย ใกล้ไกลราคาเดียว, ประจำทาง 10, 12 และ 14 บาท ตามระยะทางจ้า ส่วนธงเขียว(ปากเกร็ด-สาทร)ก็ขึ้นอยู่กับระยะทางด้วยนะจ๊ะ โดยเริ่มจากราคา 13, 20 และ 32 บาท แล้วอย่าลืมเก็บตั๋วไว้ทุกๆครั้งด้วยนะจ๊ะ





คำถามที่ 18: ความเคลื่อนไหวของเรือด่วน ช่วงปิดเทอม 2556 นี้


คำตอบ : เรือด่วนเจ้าพระยาจะทำการปรับเปลี่ยนการเดินเรือในช่วงปิดเทอม ชั่วคราว เริ่มวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2556 นี้ ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เรือประจำทาง วันจันทร์-ศุกร์ช่วงเช้าจะมีให้บริการ 2 เที่ยว คือ 07.00น. และ 07.30น. ส่วนตอนเย็นมีบริการ 2 เที่ยวคือ 16.00น. และ 16.30น.
2. งดให้บริการเรือโดยสาร ส่วนต่อขยายสาทร- ราษฎร์บูรณะ
3. งดเดินเรือด่วนธงแดง นนทบุรี-สาทร





คำถามที่ 19 : เรือด่วนเจ้าพระยาวิ่งไปนนทบุรีถึงไหนครับ?

คำตอบ : เจอคำถามแบบนี้ตอบ ยากเหมือนกันนะจ๊ะ แต่ก็จะพยายาม จะตอบให้ตรงคำถามนะจ๊ะ ถ้าเป็นเรือประจำทาง, ธงส้ม,ธงเหลืองและธงแดง จะสุดสายที่ท่าน้ำนนทบุรี ใกล้ๆกับธนาคารกสิกรไทยสาขาท่าน้ำนนท์ฯ บริเวณหอนาฬิกาจังหวัดนนทบุรีหรือใกล้ๆกับศาลากลางเก่าของจังหวัดนนทบุรี และถ้าเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงตลาดนนท์ฯจ้า ส่วนเรือธงเขียวนอกจากจะจอดที่ท่าน้ำนนท์แล้วจะยังวิ่งไปต่อ ไปสุดสายที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ถ้านั่งเรือมาสุดสายที่ท่าน้ำนนท์ฯ(ปัจจุบันเรือจะจอดเทียบท่า ที่โป๊ะเกือบจะเหนือสุดจ้า) ขึ้นจากเรือและเดินออกจากท่าเรือ ข้างหน้า ค่อนๆไปทางซ้ายนิดหนึ่งจะมี ธ.กสิกร ขวามืออีกหน่อยจะเป็นหอนาฬิกาสูงๆใหญ่ๆ(อยู่ตรงกลางวงเวียน) ขวามือมากกว่าเดิมก็จะเป็นศาลากลางเก่า และถ้าเดินมาตรงหอนาฬิกา ตรงไปสัก 200 เมตร ทางขวาก็จะเป็นตลาดนนทบุรี  อาจแวะหาของกิน ของฝาก มีให้เลือกซื้อกันเยอะแยะ อร่อยๆทั้งนั้นจ้า....ลองดูจ๊ะ  




คำถามที่ 20 : ท่าเรือด่วนพระราม 8 มีไหม?

คำตอบ : ท่าเรือพระราม 8 มีจ๊ะ แต่จะมีเฉพาะเรือประจำทางเท่านั้นน๊ะที่มาจอดเทียบท่า จะจอดเทียบท่าที่ฝั่งพระนคร หรือฝั่งวิสุทธิกษัตริย์(โป๊ะเรือจะอยู่คนละฝั่งน้ำกับสวนสาธารณะพระราม 8) ธงอื่นๆไม่จอดนะจ๊ะ




คำถามที่ 21 : วันแรงงานเรือประจำทางหรือเรือธรรมดาไม่มีธงวิ่งหรือเปล่า?

คำตอบ : วันแรงงาน 1 พ.ค เรือประจำทางหยุดแล่นนะจ๊ะ นอกเหนือจากนี้หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็หยุดให้บริการด้วยจ้า



คำถามที่ 22 : เรือด่วนจอดปากคลองตลาด?

คำตอบ : สำหรับผู้โดยสารท่านใดจะเดินทางไปปากคลองตลาดโดยการเดินทางไปกับเรือด่วนเจ้าพระยา ก็สามารถไปได้เช่นกัน โดยไปขึ้นเรือ(ออกจากเรือ)ที่ท่าจอดเทียบท่าสะพานพุทธฯ และเดินไปทางซ้ายและตรงต่อไปอีกนิดนึงก็ถึงตลาดแล้วจ้า ที่ปากคลองตลาดนี้จะมีดอกไม้วางขายกันเยอะมาก สามารถไปเลือกซื้อกันอย่างจุใจนะจ๊ะ เรือที่จอดเทียบท่าก็จะมีเรือธงส้มและเรือประจำทาง (ท่าเรือสะพานพุทธอยู่ตรงกลางระหว่างท่าราชินิและท่าราชวงค์)



ยังไงแล้ว ถ้ามีคำถามที่แตกต่างไปจากนี้จะมาอัพเดทให้นะจ๊ะ หรือสามารถสอบถามมาที่ Email : intiew@gmail.com ก็ได้นะจ๊ะ แล้วจะพยายามเคลียร์ปัญหาให้นะจ๊ะ




วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง ของเรือด่วน เค้าคือใคร?

มีใครเคยได้ยินคำว่า " พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง " ของเรือด่วน มาบ้าง?

การเตรียมตัวคล้องเชือกก่อนถึงโป๊ะเรือ ของเด็กท้ายเรือ
การเตรียมตัวคล้องเชือกก่อนถึงโป๊ะเรือ


         เมื่ออ่านๆ หรือฟังๆแล้ว คงไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่ ว่า เอ๋ เค้าเป็นใครกันแน่ หลายๆคนคงเดากันไปต่างๆนานา อาจเป็นช่างซ่อมเครื่อง หรือพนักงานอะไรซักกะอย่าง ที่อยู่บนเรือ แต่ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ นั่นก็คือ (ขออนุญาตเรียกชื่อนี้นะจ๊ะ)เด็กท้ายเรือของเรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ส่วนใหญ่จะใส่เสื้อสีส้มๆ มีหน้าที่คล้องเชือกให้เรือ เวลาเข้าจอดเทียบท่า ทีนี้ก็ต้องร้องอ๋อพร้อมกันเลย เป็นอย่างนี้นี่เอง

         วันนี้ express boat จะมาแนะนำให้รู้จัก พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง หรือ เด็กท้ายเรือด่วน กันให้พอเข้าใจ ว่าแต่ละคนเค้ามีคุณสมบัติหรือความสามารถกันอย่างไรบ้าง เพื่อบางคนที่อาจชอบลักษณะงานแบบนี้ก็จะลองไปสมัครดูนะจ๊ะ บอกได้เลยว่า มันส์ได้ใจเลยแหละ


หน้าที่หลักๆมีดังนี้

1. ต้องสามารถคล้องเชือกได้อย่างรวดเร็ว
2. ให้สัญญาณเรือเข้า-ออกจากท่าเรือ ด้วยการเป่านกหวีด, ออด หรือสัญญาณมือ
3. ดูแลรับผิดชอบบริเวณท้ายเรือ ให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารเวลาขึ้น-ลงเรือ
4. ให้คำปรึกษาแก่ผู้โดยสารได้


พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง กำลังคล้องเชือก
ที่โป๊ะเรือ พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง กำลังคล้องเชือกเรือด่วน


คุณสมบัติที่ต้องมีเป็นพิเศษ
 
1. ว่ายน้ำเป็น อันนี้สำคัญมากๆ ในกรณีฉุกเฉิน
2. เพศชาย อายุระหว่าง 18 - 38 ปี ต้องเป็นผู้ชายร่างกายแข็งแรงนั่นเอง
3. มีความกระตือรือล้นในการทำงาน ต้อง Active
กระฉับกระเฉง อยู่ตลอดเวลา 
4. มีความรับผิดชอบในงาน อันนี้สำคัญเช่นกัน
5. อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตรกับผู้โดยสาร

6. มีความอดทน ทนทานต่อแดด น้ำ ลม ฝน และอื่นๆ
7. เป็นคนในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง จะได้รู้เส้นทางและเก่งด้านทางน้ำเป็นอย่างดี

8. มีสติและสามารถช่วยเหลือคนจมน้ำได้อย่างถูกวิธี


         ถ้าพูดถึงเรื่อง ความอดทน แล้ว ต้องยกให้เป็น ที่หนึ่ง เลยสำหรับงานบริการสำคัญๆด้านนี้ เพราะนอกจากจะเป่านกหวีดให้สัญญาณเวลาเรือเข้าจอดหรือออกจากท่า และคล้องเชือกแล้ว ต้องมีความอดทนค่อนข้างสูง อย่างช่วงนี้ฟ้าฝนก็ตกแทบทุกๆวัน เด็กท้ายเรือแต่ละคนต้องตากฝน เปียกฝน ครั้นจะใส่เสื้อกันฝน ก็อาจทำให้เกะกะ ไม่สะดวกในการทำงาน เนื่องจากอาจต้องมีการกระโดดไป-มา ระหว่างเรือกับโป๊ะ เพื่อจะคล้องเชือกให้ได้ หากไม่สามารถคล้องเชือกได้เรืออาจหลุดโป๊ะ ทำให้เสียเวลาในการเข้าจอดมากขึ้น แบบนี้ผู้โดยสารคงไม่ชอบแน่นอน ยิ่งบางคนรีบๆซะด้วย อิอิ บางวันฝนไม่ตกแต่ก็มีแดดแรงซะ ก็ต้องทนกันไป วันดีคืนดีถูกคลื่นน้ำซัดกระเด็นเข้าใส่อีก เปียกเหมือนกัน บางวันโชคไม่ค่อยดีถึงกลับต้องพลัดตกน้ำไปเลยก็มี (นี่แหละถึงต้องมีคุณสมบัติว่ายน้ำเป็น เป็นอะไรที่ขาดเสียมิได้) นี้แหละถึงได้บอกว่า ต้องยกให้เป็น ที่หนึ่ง เรื่องความอดทน สุดยอด เอาไปเลย 10 กะโหลก

เทคนิคการคล้องเชือกของเด็กท้ายเรือด่วน
เทคนิคการคล้องเชือก เรือด่วนแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา


         แต่บางคนอาจเคยเห็นคนขับเรือมาเป็นเด็กท้ายเรือก็มีนะ อันนี้ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ อาจสงสัยว่าเรือหายไปไหน ไม่ขับเรือแล้วเหรอ??? ขับจ้าๆขับๆ จริงๆเขาก็คือคนขับเรือนั่นแหละจ้า ส่วนใหญ่จะเจอช่วงเช้าๆหรือเย็นๆ ทั้งนี้เนื่องจากกรณีฉุกเฉินหรือเป็นช่วงเริ่มต้นหรือขากลับจากการขับเรือมาแล้วนั่นเอง คนขับบางคนต้องเดินทางไปขับเรืออีกลำหนึ่ง บางคนอาจจะเลิกจากการขับเรือแล้วจะกลับที่พัก ก็เลยแวะมาเป็นคนคล้องเชือกและให้สัญญาณแทน ถือว่าเป็นข้อดีนะ เพราะคนที่จะขับเรือที่ดีได้นั้น ต้องค่อนข้างรู้เทคนิคการคล้องเชือกแบบไหนจะดีและไว เมื่อถึงเวลาไปขับเรือจะได้ช่วยคนคล้องเชือกให้ได้สะดวกยิ่งขึ้น รู้ใจเขาใจเรา ไปโลด.....

         หากใครสนใจตำแหน่งงานที่ท้าทายแบบนี้ก็ลองไปสมัครได้นะจ๊ะ ตำแหน่งที่ต้องยกนิ้วโป้งให้ เยี่ยมกู้ด ว่านายแน่มาก....

 

ขอขอบคุณ พนักงานประจำเรือ หรือ ช่างเครื่อง และ ข้อมูล จาก บ.เรือด่วนฯ